Dusit Model — แนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตเพื่อป้องกันโรคเบาหวานประเภท 2

แนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตเพื่อป้องกันโรคเบาหวานประเภท 2
ในกลุ่มผู้มีภาวะก่อนเบาหวานวัยผู้ใหญ่: กรณีศึกษาเขตดุสิต

Lifestyle Modification Model for Preventing Type 2 Diabetes among Adults with Prediabetes: Dusit Model
ผศ.ดร.อารยา เชียงของ อ.ดร.นิตยา สุขชัยสังค์ ผศ.นพ.ชวนันท์ สุมนะเศรษฐกุล พว.กนกพร อิ่มสกุล
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช  |  ทุน ววน. ประจำปีงบประมาณ 2567
1

ความเป็นมาและความสำคัญ

  • ผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน (FBS 100–125 mg/dL) มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ร้อยละ 37 ภายใน 4 ปี
  • ความชุกของภาวะก่อนเบาหวานในประเทศไทยเพิ่มจากร้อยละ 10.7 เป็น 15.6
  • บริบทเมืองทำให้มีโอกาสเลือกอาหารหวาน แป้งสูง และอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น รวมทั้งมีเวลาจำกัดในการดูแลตนเอง
  • การปรับพฤติกรรมด้านอาหาร การออกกำลังกาย และการติดตามตนเอง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานได้ถึงร้อยละ 58
  • ใช้แนวคิด “ปัจจัยที่ทำให้เกิดพฤติกรรม” ได้แก่ ความสามารถ โอกาส และแรงจูงใจ (COM-B) ในการพัฒนาแนวทาง
2

วัตถุประสงค์การวิจัย

1

ศึกษาอุปสรรคและสิ่งสนับสนุนในการปรับพฤติกรรมของผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน

2

วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ ความสามารถ โอกาส และแรงจูงใจ

3

ประเมินผลของโปรแกรมต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ระดับน้ำตาล และน้ำหนักตัว

3

ระเบียบวิธีวิจัย

ระยะที่ 1 · ศึกษาเชิงคุณภาพ
  • สัมภาษณ์เชิงลึก
  • n = 25 คน
  • อายุ 35–59 ปี
ระยะที่ 2 · ศึกษาเชิงปริมาณ
  • วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ
  • n = 790 คน
  • อายุเฉลี่ย 38.5 ปี · หญิง 61%
ระยะที่ 3 · การวิจัยกึ่งทดลอง
  • เปรียบเทียบ 3 กลุ่ม (พบหน้า / ออนไลน์ / ควบคุม)
  • กลุ่มละ 50 คน
  • ติดตามผลหลังการทดลองและระยะติดตาม
การวิจัยแบบพหุวิธี (Multi-Method Research)
4

กลไกการเปลี่ยนพฤติกรรมตามรูปแบบ Dusit Model

ความสามารถ

เช่น ความรู้ ทักษะ และความพร้อมในการปฏิบัติ
+

โอกาส

สิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนจากคนรอบข้าง
+

แรงจูงใจ

แรงผลักภายในและความตั้งใจในการปรับพฤติกรรม
การเปลี่ยน
พฤติกรรมสุขภาพ

วิธีการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม

  • การให้ความรู้
  • การฝึกทักษะ
  • การเสริมศักยภาพและลดอุปสรรค
  • การสื่อสารเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจ
  • การปรับสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาพ
  • การจัดบริการและการติดตามต่อเนื่อง

พฤติกรรมเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้น

  • ลดเครื่องดื่มหวาน
  • ลดแป้งขัดสีและอาหารที่ทำให้น้ำตาลสูงเร็ว
  • เพิ่มผักและเลือกอาหารที่ทำให้น้ำตาลขึ้นช้า
  • อ่านฉลากอาหารก่อนเลือกซื้อ
  • วางแผนมื้ออาหารและควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ
  • ติดตามพฤติกรรมตนเองอย่างต่อเนื่อง
เพิ่มความรู้และทักษะ → สร้างโอกาสและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อ → กระตุ้นแรงจูงใจ → เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ดี
5

ผลการวิจัยสำคัญ

5A · สิ่งที่พบจากประสบการณ์ของผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน
(ระยะที่ 1: ศึกษาเชิงคุณภาพ)
  • รู้ว่าเสี่ยง แต่ยังไม่รู้สึกเร่งด่วนพอที่จะปรับพฤติกรรม
  • พยายามลดหวานและออกกำลังกาย แต่ทำได้ไม่ต่อเนื่อง
  • ครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้าง มีผลต่อการตัดสินใจปรับพฤติกรรม
  • การมีเป้าหมายส่วนตัวช่วยให้มีกำลังใจในการดูแลตนเอง
5B · ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
(ระยะที่ 2: วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ COM-B)
ปัจจัยβระดับ
โอกาสทางสังคม (O2)0.53สูงสุด
ความสามารถทางจิตวิทยา (C1)0.47สูง
ความสามารถทางกายภาพ (C2)0.42สูง
แรงจูงใจอัตโนมัติ (M2)0.27ปานกลาง
โอกาสทางกายภาพ (O1)0.15ต่ำ
แรงจูงใจเชิงไตร่ตรอง (M1)0.09ต่ำ

R² = 0.77 (โมเดลอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 77)
Model Fit: χ² = 0.32, p = .570; RMSEA = 0.000; CFI = 1.00

ผลการวิจัยชี้ว่า โอกาสทางสังคมและความสามารถของบุคคล เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม
5C · ผลของโปรแกรมต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
(ระยะที่ 3: การวิจัยกึ่งทดลอง) · อาหาร Low GI (คะแนนเต็ม 50)
ช่วงเวลาพบหน้า
(n=50)
ออนไลน์
(n=50)
ควบคุม
(n=50)
ก่อนทดลอง26.16
(4.71)
26.36
(4.82)
25.94
(4.55)
หลังทดลอง35.58
(3.64) 
35.14
(3.21) 
29.02
(4.86) 
ระยะติดตามผล35.76
(3.77) 
34.54
(3.02) 
28.26
(4.36) 
สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.001) ไม่ดีขึ้น

โปรแกรมประกอบด้วยการให้ความรู้ ฝึกเลือกอาหาร วางแผนมื้ออาหาร ควบคุมปริมาณอาหาร และติดตามพฤติกรรมต่อเนื่อง ส่งผลให้กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมทั้งแบบพบหน้าและแบบออนไลน์ มีพฤติกรรมการเลือกอาหารที่ดีขึ้น และยังคงผลในระยะติดตาม

6

สรุปและอภิปรายผล

  • การให้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเสริมทักษะและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติจริง
  • การสนับสนุนจากครอบครัว ชุมชน และทีมสุขภาพ ช่วยให้ผู้มีภาวะก่อนเบาหวานปรับพฤติกรรมได้ดีขึ้น
  • โปรแกรมแบบพบหน้าและแบบออนไลน์สามารถนำไปใช้ได้ทั้งสองรูปแบบ
  • การติดตามต่อเนื่องช่วยให้พฤติกรรมสุขภาพคงอยู่ได้นานขึ้น
7

ข้อเสนอเพื่อการนำไปใช้ในระบบบริการสุขภาพและชุมชน

1

แนวทางการปรับพฤติกรรมการกินสำหรับผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน

2

คู่มือการให้คำปรึกษาแบบสั้นสำหรับพยาบาล อสม. และหน่วยบริการปฐมภูมิ

3

แนวทางจัดสิ่งแวดล้อมอาหารสุขภาพในชุมชนและสถานประกอบการ

4

ระบบติดตามพฤติกรรมผ่าน LINE หรือช่องทางดิจิทัล

5

เส้นทางบริการป้องกันโรคเบาหวานในระดับปฐมภูมิ

6

เอกสารข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการดูแลสุขภาพเมืองและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ข้อสรุปสำคัญ: การป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน

ควรเน้นการเพิ่มความรู้และทักษะ การสนับสนุนจากคนรอบข้าง การจัดสิ่งแวดล้อมอาหารที่เหมาะสม และการติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง

คำสำคัญ: ภาวะก่อนเบาหวาน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ความสามารถ โอกาส แรงจูงใจ อาหาร Low GI สุขภาพเมือง